จากนกต่อสู่นายหน้า

บ่อนพนันมีอยู่ทั่วไปในเมืองไทยของเรา ทั้งที่ตั้งอยู่อย่างเปิดเผยและแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ บางครั้งก็ตั้งอยู่ในบ้านเรือนที่พักอาศัยของคนกันเองนี่แหละ หากเจ้าบ้านเกิดนึกอยากตั้งตัวเป็นเจ้ามือขึ้นมา ตัวอย่างที่เห็นภาพกันชัด ๆ ก็เช่น วงไพ่ ที่บรรดากลุ่มแม่บ้านผู้มีงานรัดตัวแต่ไม่อยากจะทำชื่นชอบกันนักหนานั่นยังไง เพราะนอกจากจะได้ตั้งวงซุบซิบนินทาเรื่องชาวบ้านแล้วยังอาจได้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดกระเป๋ากลับบ้านไปด้วย นี่ยังไม่นับบ่อนออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดายเลยนะ สมกับเป็นยุคที่เทคโนโลยีรุ่งเรืองจริง ๆ
สมัยก่อนนั้น โอกาสที่จะได้เข้าบ่อนใหญ่ ๆ มักมาจากการแนะนำของเพื่อนหรือนักพนันที่คลุกคลีอยู่ในบ่อนนั้น โดยเริ่มจากการเข้ามาตีสนิทเพื่อสำรวจฐานะการเงินของเหยื่อก่อน แล้วจึงชักชวนให้เข้าไปเล่นพนัน โดยผู้ที่ทำหน้าที่ “นกต่อ” จะได้รับค่าแนะนำโดยคิดเป็นรายหัว หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดิมพันที่เหยื่อนำมาลง แล้วแต่ทางบ่อนจะกำหนด มาเล่นครั้งแรก ๆ ก็จะสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อเล่นได้แทบทุกครั้ง กระทั่งอยู่หมัด แวะเวียนเข้ามาด้วยตัวเองบ่อย ๆ
ปัจจุบันคำว่านกต่อมีความหมายไปในทางไม่ดีนักจึงเปลี่ยนไปเรียกว่า “นายหน้า” แทน แต่ลักษณะการเข้าหาเหยื่อก็ยังคงเหมือนเดิม คือชักชวนผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ เข้าบ่อนเพื่อรับค่าตอบแทนหรือเรียกให้หรูหน่อยก็คือค่าคอมมิชชั่นนั่นแหละ อาจมีการเสนอสิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้กับนายหน้าพอสมควร โดยขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่หามาได้นั่นเอง

Leave a Reply