การพนันกับหลักจิตวิทยา

ว่ากันว่าการบริหารงานที่ดีจะต้องอาศัยจิตวิทยามาช่วยเสริมอีกแรง จะได้สามารถควบคุมคนจำนวนมากที่อยู่ภายใต้การปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการค้าขายก็ต้องอาศัยจิตวิทยาในด้านการตลาด เพื่อที่จะดึงกลุ่มผู้มุ่งหวังให้มาเป็นลูกค้าของตนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระทั่งในวงการศึกษาก็ยังต้องพึ่งพาหลักจิตวิทยาในการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักเรียนที่มีปัญหาเพื่อร่วมกันหาหนทางแก้ไขให้ดีขึ้น เรียกได้ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่ข้องเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์ล้วนต้องอาศัยหลักจิตวิทยาทั้งสิ้น กระทั่งบ่อนคาสิโนทั้งหลายก็ไม่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์นี้ ด้วยการวางกลยุทธทางการตลาดอย่างแยบคาย มีการวางเบ็ดล่อเหยื่อ รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว ผู้คนมากมายจึงพากันติดอยู่ในวังวนของการพนันจนโงหัวไม่ขึ้น เพราะหลักจิตวิทยาที่บ่อนทั้งหลายเตรียมไว้มีผลโดยตรงต่อความต้องการ อยากได้ อยากมี อันเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว มีการนำเงินทองของมีค่ามาล่อตาล่อใจ ทำนองว่าหากอยากรวยโดยไม่ต้องทำงานหนัก ก็มุ่งหน้าเข้าบ่อนสิ ตัวอย่างก็มีให้เห็นจากนักพนันที่เข้ามาเสี่ยงโชคในบ่อนก่อนหน้านี้ที่ร่ำรวยขึ้นมาผิดหูผิดตา จนคนรอบข้างนึกสงสัยและอยากรวยแบบนั้นบ้าง และนี่ก็คือหลักการง่าย ๆ ในการจูงใจคนให้เข้าบ่อน แน่นอนว่าหลักจิตวิทยาที่บ่อนคาสิโนนำมาใช้นั้นไม่ได้มีเพียงข้อเดียว หากยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายชนิดที่คุณเองก็อาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว หากเปรียบเป็นกับดักก็คือมีการวางเหยื่อล่อเอาไว้แทบทุกย่างก้าวนั่นแหละ แล้วอย่างนี้จะรอดไปได้สักกี่น้ำ?

ความสุขแท้จริงอยู่ที่ไหน

เรื่องราวความเป็นไปในชีวิตคนเรานั้น มีทั้งร้ายและดีคละเคล้ากัน ช่วงเวลาแห่งความสุขมักทำให้คนเราเพลิดเพลินไปกับมันจนหลงลืมเวลา ต่างกับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ ที่เราจะเฝ้านับเวลาทุกวินาทีให้มันผ่านไปโดยเร็ว แต่กระนั้นก็รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน ชีวิตในบ่อนก็เช่นกัน ช่วงเวลาสุดตื่นเต้น เร้าใจ นาทีทองที่จะคว้าเงินรางวัลก้อนใหญ่ ล้วนทำให้นักพนันเอาใจจดจ่ออยู่กับมันจนลืมวันลืมคืน ลืมว่าพกเงินมาเท่าไหร่ ลืมว่าเล่นเสียไปเท่าไหร่ ลืมว่าเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ ลืมว่ามีใครคอยอยู่ที่บ้าน ลืมว่าต้องเผื่อเงินเอาไว้ใช้ยามจำเป็น ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง มารู้ตัวอีกทีก็หมดเนื้อหมดตัว ไม่ก็แบกภาระหนี้สินพะรุงพะรังเสียแล้ว เช่นนี้นับได้ว่าเป็นความสุขจอมปลอมอย่างหนึ่ง การพนันสามารถดึงคุณสู่ที่สูงได้ก็จริง แต่เมื่อถึงคราวเพลี่ยงพล้ำ มันก็ดึงคุณให้ร่วงลงเหวจนลึกสุดกู่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่ามัวหลงระเริงอยู่กับความสุขเพียงชั่วครั้งชั่วคราวจะดีกว่า ถ้าไม่อยากจะมานั่งกุมขมับเพราะปลงไม่ลงเช่นเดียวกับนักพนันหลาย ๆ คนที่ต้องเผชิญกับฝันร้ายที่กลายเป็นจริง หากคิดจะหาความสุขที่ยั่งยืน ขอให้มองหาจากคนรอบตัวคุณ พ่อแม่ พี่น้อง ญาติสนิท มิตรสหาย ที่ยินดีและเต็มใจจะมอบความรักและมิตรภาพแก่คุณเสมอมา ไม่เว้นกระทั่งสัตว์เลี้ยงหรือต้นไม้ใบหญ้าที่คุณปลูกไว้ในสวนในบ้านก็สามารถมอบความสุขทางใจให้แก่คุณได้เพียงแค่เปิดใจเท่านั้น

ความดันทุรังสูง

คนที่ว่านอนสอนง่ายมักเป็นที่รักของใครต่อใคร ในขณะที่คนหัวแข็ง หัวดื้อ มักจะถูกบ่นว่าอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากไม่ยอมโอนอ่อนตามคำสอนของผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้ายก็ตาม คนจำพวกนี้มักถือตนเองเป็นใหญ่ ชอบกระทำอะไรตามที่ตนปรารถนาโดยไม่สนใจสายคนผู้อื่น ทั้งที่บางครั้งก็รู้ตัวนั่นแหละว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่น่ะผิด แต่ก็ยังดันทุรังอยู่นั่นแล้ว คนส่วนใหญ่ในบ่อนพนันก็เช่นกัน โดยมากแล้วมักเป็นคนหัวดื้อ รู้ว่าการพนันไม่ดีก็ยังจะเข้ามาบนเส้นทางนี้ ยิ่งเล่นแล้วได้เงินกลับไปคราวละมาก ๆ ก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าตนเดินมาถูกทางแล้ว ถึงเล่นเสียก็พยายามหาเงินมาโปะเข้าไปเพิ่มเพราะหวังว่าเมื่อถึงคราวได้ เงินที่เสียไปก็จะกลับมาอีกเท่าทวี แต่แล้วนักพนันส่วนใหญ่ก็มักจะพบแต่ความผิดหวังเมื่อเงินหมดตัวแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้คืน กระนั้นด้วยความดันทุรัง การหลอกตัวเองว่ายังมีหวังก็เกิดขึ้น สุดท้ายก็ต้องบากหน้าไปกู้เงินมาต่อทุน โดยมากก็หาเอาในบ่อนนั่นแหละ ถึงดอกเบี้ยจะแพงแค่ไหนก็ไม่หวั่น เพราะเอาแต่คิดว่าเดี๋ยวก็ได้คืนแล้วนั่นเอง จุดจบของเรื่องนี้คิดว่าไม่ว่าใครก็คงเดาได้ไม่ยาก แต่ก็นั่นแหละ เรื่องที่เกิดกับคนอื่นนั้น เราย่อมมองเห็นหนทางแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดาย แต่หากเกิดเรื่องเช่นเดียวกันนี้กับตัวเราบ้างกลับเหมือนเส้นผมบังภูเขา ดังนั้น หากใครตักเตือนอะไรเรามาก็ขอให้หยุดฟังเสียบ้าง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปเพราะความดันทุรังของตัวเอง

จากนกต่อสู่นายหน้า

บ่อนพนันมีอยู่ทั่วไปในเมืองไทยของเรา ทั้งที่ตั้งอยู่อย่างเปิดเผยและแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ บางครั้งก็ตั้งอยู่ในบ้านเรือนที่พักอาศัยของคนกันเองนี่แหละ หากเจ้าบ้านเกิดนึกอยากตั้งตัวเป็นเจ้ามือขึ้นมา ตัวอย่างที่เห็นภาพกันชัด ๆ ก็เช่น วงไพ่ ที่บรรดากลุ่มแม่บ้านผู้มีงานรัดตัวแต่ไม่อยากจะทำชื่นชอบกันนักหนานั่นยังไง เพราะนอกจากจะได้ตั้งวงซุบซิบนินทาเรื่องชาวบ้านแล้วยังอาจได้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดกระเป๋ากลับบ้านไปด้วย นี่ยังไม่นับบ่อนออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดายเลยนะ สมกับเป็นยุคที่เทคโนโลยีรุ่งเรืองจริง ๆ สมัยก่อนนั้น โอกาสที่จะได้เข้าบ่อนใหญ่ ๆ มักมาจากการแนะนำของเพื่อนหรือนักพนันที่คลุกคลีอยู่ในบ่อนนั้น โดยเริ่มจากการเข้ามาตีสนิทเพื่อสำรวจฐานะการเงินของเหยื่อก่อน แล้วจึงชักชวนให้เข้าไปเล่นพนัน โดยผู้ที่ทำหน้าที่ “นกต่อ” จะได้รับค่าแนะนำโดยคิดเป็นรายหัว หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดิมพันที่เหยื่อนำมาลง แล้วแต่ทางบ่อนจะกำหนด มาเล่นครั้งแรก ๆ ก็จะสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อเล่นได้แทบทุกครั้ง กระทั่งอยู่หมัด...

หากย้อนเวลากลับไปได้

“วันคืนไม่คอยท่า วันเวลาไม่เคยคอยใคร” คำกล่าวนี้เป็นจริงทุกคำเลยทีเดียว เพราะเวลาที่มันผ่านไปแล้วล้วนไม่อาจย้อนคืนกลับมา แต่คนเราก็ไม่วายคิดเพ้อฝันถึงเรื่องราวในอดีต ว่าถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้แล้วจะทำอะไรให้แก่ตัวเอง หรือหวังว่าจะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดในอดีตอย่างไรบ้าง ทว่า ก็ทำได้แค่เพียงฝัน ผู้เขียนรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อก่อนเธอเป็นเจ้าของโรงงานน้ำตาลขนาดย่อม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในที่ทำงาน กิจการเติบโตไปด้วยดีจนทุกคนในครอบครัวมีเงินใช้ไม่ขาดมือ อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ กินอาหารดี ๆ แพง ๆ ขับรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศโฉบเฉี่ยวไปมาจนชาวบ้านแถวนั้นอิจฉาตาร้อนไปตาม ๆ กัน แต่เมื่อมีคนชักชวนให้เธอได้รู้จักกับการพนัน ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปภายในเวลาไม่นาน เพราะเธอเอาแต่หมกตัวอยู่ในบ่อน ไม่ยอมทำงานทำการ คนที่อยู่ก็ไม่มีความสามารถเท่าเธอ เมื่องานชะงัก เงินทองก็ค่อย ๆ ร่อยหรอเพราะต้องนำไปชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกค้า ซ้ำยังถูกเธอดึงไปเล่นในบ่อนอีกคราวละมาก ๆ สุดท้ายกิจการของครอบครัวก็พังลงในมือเธอ ทุกวันนี้ เธอเหลือตัวคนเดียว...

รู้เขารู้เรา

พูดถึงตลาด ภาพที่คุณคิดคงไม่พ้นความคึกคักของพ่อค้าแม่ขายและบรรดาแม่บ้านที่จับจ่ายซื้อของกันพัลวันเป็นแน่ แล้วถ้าเป็นร้านอาหารท่เล่าลือกันว่าอร่อยเลิศล่ะ ก็คงไม่พ้นแน่นขนัดไปด้วยลูกค้าที่ต่อคิวรออย่างอดทนพร้อมกับเพ่งกระแสจิตใส่คนที่นั่งรับประทานอยู่เพื่อบอกว่า “เร็ว ๆ หน่อยสิ หิวจะตายอยู่แล้ว” นี่ก็คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า สถานที่อันเต็มไปด้วยผู้คนแออัด ย่อมมีอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่ ดังนั้นอีกกลยุทธหนึ่งในการใช้เรียกลูกค้าของบ่อนคาสิโนก็คือการทำให้บ่อนของตนคึกคักเข้าไว้ สถานบันเทิงต่าง ๆ โดยเฉพาะบ่อนพนัน หากปล่อยให้เงียบเหงาไร้ผู้คนแล้วละก็ เท่ากับเปิดช่องว่างให้คู่แข่งได้โจมตีจนอ่วมอรทัย อาทิเช่น คนไม่เข้าเพราะไม่มีอะไรให้เล่น คนไม่เข้าเพราะบ่อนนี้โกง บ่อนกำลังจะปิดตัวเพราะไม่มีเงินจ่ายให้ผู้ชนะพนัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นปัญหาใดก็ตาม ล้วนส่งผลกระทบในแง่ลบทั้งสิ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นมา จึงมีการจ้างหน้าม้าให้เข้ามาเล่น มีการจัดโปรให้นักพนันขาประจำพาลูกค้ามาเข้าบ่อนแลกกับค่านายหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ มีการจัดกิจกรรมคืนกำไรให้กับสมาชิกเป็นระยะ เป็นการซื้อใจไม่ให้หันไปหาบ่อนอื่นนั่นเอง อีกทางหนึ่งหาจุดเด่นให้กับบ่อนของตน ยกตัวอย่างเช่นบ่อนคาสิโนที่โด่งดังบางแห่ง...

ใช้เงินอย่างมีสติ

คนที่ถูกเงินทับในวันนี้ ได้แก่สองสามีภรรยาคู่หนึ่ง อายุอานามก็ประมาณ 30 ปี ทำงานในโรงงานทั้งคู่ รายนี้มากับดวงมาก ๆ เพราะนอกจากจะไม่ได้ถูกสลากกินแบ่งกินแบ่งรัฐบาลอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงสลากกาชาดและแจ๊คพอตอีกด้วย รวมยอดเงินรางวัลทั้งสิ้น 52 ล้านบาท! ทำบุญมาด้วยอะไรกันหนอ… โดยทั่วไปแล้วคนที่ได้รับเงินจำนวนมาก ๆ เนี่ยมักจะตื่นเต้นจนรีบใช้เงินกันยกใหญ่จนหมดไม่รู้ตัว แต่ทั้งสองคนนี้ไม่ยักเป็นอย่างนั้นจ๊ะ เพราะนอกจากซื้อแอร์มาติดในห้องเช่าให้นอนกันได้สบาย ๆ กับถอยกระบะมาติดเครื่องเสียงอีกคันหมดเงินไปประมาณสามแสนบาท คนทั้งคู่ก็ไม่ได้คิดที่จะควักเงินออกมาใช้จ่ายเรื่องอะไรอีก บ้านก็ยังเช่าเขาอยู่ ที่จอดรถก็ต้องเช่าเขาจอด แถมยังทำงานตัวเป็นเกลียวเหมือนเดิมราวกับไม่ได้เป็นเจ้าของเงินเป็นสิบ ๆ ล้านเลย เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือ “ไม่อยากเป็นวัวลืมตีน” ในสายตาของชาวบ้านนั่นเอง แต่ต่อมาความคิดของพวกเขาก็เปลี่ยนไป...

ทาสยาเสพติด

วัยรุ่นยุคไอทีเรียนรู้ที่จะบริหารการเงินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการหารายได้พิเศษด้วยการรับจ็อบออนไลน์ เล่นหุ้น หรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาขาต่าง ๆ ตามแนวที่เรียนมาแล้วนำไปขายให้แก่ผู้ที่สนใจในราคาไม่สูงมากนัก เรียกได้ว่าสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ตั้งแต่อายุยังน้อยกันเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีวัยรุ่นบางส่วนที่ยังหลงระเริงกับความสุขสบายไปวัน ๆ เอาแต่แบมือขอเงินผู้ปกครองไปซื้อนู่นซื้อนี่ที่อยากได้ เช่นเดียวกับ Michael Carroll ซึ่งมีอายุเพียง 19 ปีเมื่อได้รับรางวัลจากการเสี่ยงโชคเป็นจำนวนถึงเก้าล้านปอนด์ หรือประมาณกว่า 450 ล้านบาทไทยโน่นแน่ะ ว้าว! สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ? แน่นอนว่าเมื่อไมเคิ่ลได้รับเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้แล้วย่อมไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป แต่แทนที่เขาจะนำเงินไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ย นำไปเป็นทุนการศึกษา หรือลงทุนรูปแบบต่าง ๆ ให้จำนวนมันงอกเงย เขากลับเอาไปซื้อยาเสพติดมาเสพซะอย่างนั้น ซ้ำยังสั่งทำช้อนทองคำมาไว้ใช้เพื่อการเสพยาโดยเฉพาะอีกด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้เขามักขโมยเงินชาวบ้านไปซื้อยามาเสพเป็นประจำอยู่แล้ว คราวนี้เลยต้องเล่นให้หนำใจ แน่นอนว่าหลังจากถลุงเงินไปจนเกลี้ยงโดยยังสามารถเอาชีวิตรอดจากยาเสพติดมาได้ในอีกไม่กี่ปีต่อมา นายไมเคิ่ลก็ต้องหันมาทำงานหาเงินเลี้ยงชีวิตไปวัน ๆ ในร้านขนมปังแห่งหนึ่ง...