บุญมีแต่กรรมบัง

บางคนเกิดมาพร้อมบุญวาสนา หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด ในขณะที่บางคนทำอะไรก็ล้มเหลว ไม่เคยสำเร็จสมดั่งใจหวังแม้แต่อย่างเดียว ถึงได้มีคำกล่าวที่ว่า แข่งเรือแข่งพายนั้นแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนากันนั้นไม่สามารถจริง ๆ เรื่องราวที่ผู้เขียนหยิบยกมาเล่าสู่กันอ่านในวันนี้เป็นเรื่องของชายชราผู้หนึ่ง นามว่า Arthur Neal ซึ่งมีฐานะค่อนไปทางยากจน ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวด้วยความเหนื่อยยากมาตลอด แต่ก็เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ ที่มักเจียดรายได้ของตนเองไปทำการเสี่ยงโชคอยู่เนือง ๆ ด้วยมีความหวังอยู่ลึก ๆ ว่าสักวันเทพีแห่งโชคลาภจะหันมามอง และบันดาลให้ความปรารถนาของตนเป็นจริงเข้าสักวัน ทว่า ใครจะคาดคิดกันเล่าว่าเมื่อวันนั้นมาถึงเขากลับไม่มีวาสนาจะได้ใช้มัน! อาเธอร์ถูกเงินรางวัลมูลค่าสองหมื่นเหรียญ หรือประมาณหกแสนกว่าบาท อันเป็นจำนวนไม่น้อยเลยสำหรับคนหาเช้ากินค่ำทั่วไป เมื่อเขารู้ว่าตัวเองถูกรางวัลนี้ก็รีบเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นเงินทันที แต่กลับกลายเป็นว่าชายผู้นี้กลับเดินทางไปไม่ถึงจุดหมาย เพราะอาเธอร์หายตัวไปเลย ไม่มีแม้ข่าวคราวที่ส่งมาถึงคนทางบ้าน หากจะคิดว่าเขาหอบเงินหนีไปเสวยสุขคนเดียวหรือถูกดักปล้นกลางทาง ก็ไม่ปรากฎว่ามีใครไปอ้างตัวเป็นเจ้าของเงินรางวัลก้อนนี้แม้แต่คนเดียว เรื่องราวของอาเธอร์จึงยังคงปริศนาอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ เอวัง

มีใครซวยกว่านี้อีกไหม

เคยไหม เวลาอยากได้อะไรแล้วไม่สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้เพราะไม่ใช่เจ้าของ? หากเป็นอย่างที่ว่าก็ยังพอทำใจได้ว่าอะไรที่ไม่ใช่ของเรา ยังไงก็ไม่ใช่ของเรา แต่ถ้าหากเป็นของที่ควรจะเป็นของเรา แต่ดันไม่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ล่ะ คุณจะรู้สึกอย่างไร? วันนี้ผู้เขียนนำเรื่องราวของชายผู้หนึ่งมาเปิดเผยสู่สายตาของคุณผู้อ่านให้เกิดความรู้สึกคันในหัวใจเล่น ๆ ว่าหากเรื่องที่เกิดเป็นเรื่องจริงแล้วละก็ จะยังมีใครซวยได้เท่ากับเขาอีกหรือเปล่า เหตุเกิดที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีชายคนหนึ่งถูกรางวัลจากการเสี่ยงโชคเป็นเงินถึงหนึ่งล้านเหรียญ หรือสามสิบกว่าล้านบาท แน่นอนว่าความดีใจเป็นต้องบังเกิดจนแทบทำอะไรไม่ถูก ชายผู้นี้ก็เช่นกัน แต่เมื่อตั้งสติได้เขาก็ตรงดิ่งไปเบิกเงินทันที แต่เรื่องราวมันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เสียนี่ เพราะหลักฐานสำคัญอย่างสลากลอตโต้ได่องหนหายไปไหนก็ไม่อาจทราบได้ ถึงแม้จะมีพยานบุคคลอย่างพนักงานขายเลขมาช่วยยืนยันก็ตามที ก็นะ ใครจะไปรู้ว่าสองคนนี้จะรวมหัวกันมาหลอกเอาเงินรางวัลหรือเปล่า ทางกองสลากก็ต้องเข้มงวดกวดขันกันเป็นธรรมดา ถึงจะพยายามเรียกร้องอ้างสิทธิ์อย่างแข็งขันปานใด ในเมื่อปราศจากหลักฐานมายืนยัน คำตอบเดียวที่ชายผู้ได้รับก็คือ “ไม่” สุดท้ายเขาก็ต้องกลับบ้านมือเปล่า รื้อบ้านทุกซอกทุกมุมครั้งแล้วครั้งเล่าจนเหงื่อแทบหมดตัวก็ไม่เจอหลักฐานที่จะนำไปยันกับเจ้าหน้าที่ได้ จึงต้องรับประทานแห้วไปตามระเบียบ โธ่! ไม่น่าเลย

เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

เรื่องราวที่นำเสนอในวันนี้ อาจทำให้คนที่ชอบขอเลขเด็ดจากคนรอบข้างรู้สึกเสียวสันหลังได้ เพราะเมื่อคุณโชคดีถูกรางวัลใหญ่ขึ้นมาแล้วละก็ คุณอาจเจอปัญหาเดียวกับ Hayati Kucukkoylu ผู้จัดการสโตร์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ที่ไหนนั้นแหล่งข่าวก็ไม่ได้ระบุมาเพราะมันไม่สำคัญเท่ากับเรื่องราวที่เขาต้องเผชิญ วันนั้น อยู่ดี ๆ ผู้จัดการรายนี้ก็เกิดต้องการจะเสี่ยงโชคด้วยซื้อลอตโต้ขึ้นมาเอาดื้อ ๆ แต่ติดปัญหาที่ว่าไม่รู้จะซ้อเลขอะไรดีเพราะปกติก็ไม่ค่อยได้สนใจเลขเหล่านี้นัก พนักงานคนหนึ่งที่ทำงานที่เดียวกันจึงให้เลขเด็ดกับเขามาว่าซื้อตัวนี้สิ เลขสวยยังงู้นยังงี้ เขาก็เลยเออออตามไปด้วย จึงได้ซื้อเลขนั้นไปด้วยเงินจำนวนหนึ่ง และปรากฎว่าเลขดังกล่าวเกิดถูกรางวัลใหญ่ขึ้นมา ได้รับเงินจำนวนทั้งสิ้น 1.7 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ประมาณห้าสิบกว่าล้านบาท คนมีเลขเด็ดแต่ดันไม่ได้ซื้ออย่างพนักงานนายนั้นก็ตาลุกสิงานนี้ รีบตรงเข้าไปขอส่วนแบ่งจากผู้จัดการร้านทันที แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะเขาถือว่าเขาเป็นคนออกเงินซื้อเลขด้วยตัวเองโดยที่อีกฝ่ายไม่มีเอี่ยว ตามหลักการแล้วเงินรางวัลจึงควรของเขาแต่เพียงผู้เดียว แต่ด้วยความที่เงินรางวัลมีมูลค่าสูงเกินห้ามใจ พนักงานหัวหมอจึงวิ่งโร่ไปฟ้องศาล ซึ่งศาลก็บ้าจี้พอที่จะตัดสินให้แบ่งเงินรางวัลเป็นสองส่วน โดยผู้จัดการร้านเอาไปส่วนหนึ่ง และอีกส่วนยกให้เจ้าของเลขเด็ดไปซะ ที่จริงถ้าผู้จัดการไม่งกเกินไป ยอมจ่ายสินน้ำใจให้พนักงานคนนั้นไปบ้าง ก็คงไม่ต้องเสียเงินไปถึงยี่สิบห้าล้านบาทหรอก ว่าไหม?

อำนาจของเงินตรา

เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ คำกล่าวนี้แท้จริงแล้วเป็นเพียงคำพูดที่ปั้นแต่งขึ้นเพื่อปลอบใจตัวเองหรือไม่ เพราะคนที่มีความคิดว่าเงินทองเป็นของนอกกายนั้นหาได้ยากยิ่งนักในปัจจุบัน กระทั่งญาติพี่น้องที่เคยรักใคร่กลมเกลียวกันยังแตกแยก ถึงขนาดฆ่ากันตายได้เพียงเพื่อมรดกกองโตตรงหน้าของพวกตน วันนี้ผู้เขียนนำเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งระหว่างคนในครอบครัวมาเล่าสู่กันอ่าน สาเหตุก็มาจากเรื่องเงินจำนวนมหาศาลนี่แหละ สองสามีภรรยาคู่หนึ่งมีลูกชายอยู่คนก็รักดั่งดวงใจ ลูกต้องการอะไรนางเอ็ตต้าผู้เป็นแม่จัดให้ทุกอย่าง กระทั่งวันหนึ่งลูกชายของนางเกิดได้รับเงินรางวัลจากการเสี่ยงโชคมาจำนวนมากมายถึง 51 ล้านเหรียญ หรือประมาณ หนึ่งพันหกร้อยกว่าล้านบาท! ยังความยินดีมาให้นางยิ่งนัก แต่ทว่าหลังจากเฝ้าชะเง้อคอรอลูกชายมาหลายวันโดยไม่เห็นแม้แต่เงาหลังจากเดินทางไปเบิกเงิน นางก็เริ่มร้อนใจเกรงว่าจะโดนทำร้ายจึงออกตามหา กลับกลายเป็นว่าลูกชายหอบเงินไปสำเริงสำราญตามลำพังซะฉิบ ความเดือดดาลประทุขึ้นมายิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิด เมื่อตระหนักว่าลูกชายคนโปรดไม่คิดจะแบ่งเงินรางวัลให้พ่อแม่แม้แต่เหรียญเดียว นางเอ็ตต้าจึงวิ่งโร่เข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับลูกชายตัวเองเพื่ออ้างสิทธิ์ในรางวัลก้อนนี้ด้วย โดยบอกว่าเงินที่ลูกชายนำไปซื้อลอตโต้นั่นน่ะเป็นเงินของเธอ จนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่กันทั่วบ้านทั่วเมือง คล้ายกับเรื่องที่เกิดในเมืองไทยของเราเมื่อไม่นานมานี้เลยนะเนี่ย รายนั้นเมียก็ฟ้องสามีเพื่อขอแบ่งเงินรางวัลด้วยเหตุผลเดียวกัน เฮ้อ!

ซินเดอเรลล่าตกกระป๋อง

จะทำยังไงเมื่ออยู่ดี ๆ คุณก็ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง? หากคุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรอก ตั้งแต่ซื้อหวยมายังไม่ถูกกับเขาสักครั้งละก็ ขอแนะนำให้เริ่มวางแผนอนาคตสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าวเอาไว้เสียแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ทำในสิ่งที่ผิดพลาดอย่างหลาย ๆ คนที่มีโอกาสจับเงินล้านแต่ใช้ไม่เป็น ยกตัวอย่าง Sharon Tirabassi ที่ได้รับเงินสดจำนวนสิบล้านเหรียญสหรัฐจากการเสี่ยงโชค ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณสามร้อยกว่าล้านบาท นั่งกินนอนกินทั้งชาติก็ไม่หมด แต่นางใช้หมดจ้า มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นเดียวกับคนที่อยู่ในวัยก่อร่างสร้างตัวทั้งหลายนั่นล่ะที่อยากมีบ้าน มีรถ เป็นของตัวเอง เมื่อโอกาสหล่นปุ๊มาอยู่ในมือแล้วจะมัวรออะไรอยู่? จัดไปเลยสิจ๊ะ! ดังนั้นบ้านหลังใหญ่เบ้อเริ่มกับรถยนต์คันหรูจึงตกมาอยู่ในครอบครองของเศรษฐินีรายใหม่ดั่งเนรมิต เมื่อปัจจัยหลักบรรลุแล้ว ปัจจัยรองอย่างเรื่องสวย ๆ งาม ๆ ก็ดาหน้ากันเข้ามาจะได้สมฐานะ นางจึงช็อปแหลก เงินก้อนแล้วก้อนเล่าหมดไปกับเครื่องสำอางค์ยี่ห้อดังที่บรรดาเซเลบเขาใช้กัน รวมไปถึงเสื้อผ้าสุดหรูต่าง ๆ จนอัดแน่นเต็มตู้ชนิดที่ว่าใส่กันไม่ทั่วถึงกันเลยทีเดียว...

ทุกข์เพราะลาภ

ใครจะคิดว่าวันดีคืนดี Jack Whittaker จะถูกรางวัลมูลค่าสูงถึง 314 ล้านเหรียญ ซึ่งสามารถตีเป็นเงินไทยได้ถึงกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท! ทำบุญมาด้วยอะไรกันเนี่ยอยากรู้จังเลยจะได้ไปทำมั่ง แค่เห็นมูลค่าของเงินรางวัล ระดับความอิจฉาของผู้ที่อยู่รายรอบนายแจ๊คคนนี้ก็พุ่งสูงจนปรอททะลุกันไปเป็นทิวแถวแล้ว เพราะด้วยจำนวนเงินขนาดนี้ ต่อให้ไม่ต้องทำงานอะไรอีกเลยตลอดชีวิต แจ๊คกับบรรดาเครือญาติของเขาทั้งโขยงก็ไม่มีวันอดตาย! หลังจากไปขึ้นเงินและถูกหักภาษีไปกว่าร้อยล้านเหรียญ กระทาชายนายนี้ก็ตรงดิ่งไปถอยรถสุดหรูออกมาขับทันทีพร้อมกับเบิกเงินมาก้อนหนึ่งมูลค่ากว่าห้าแสนเหรียญเพื่อเตรียมไปอวดสาวและช็อปแหลก แต่ปรากฎว่ารถกับถูกขโมยไปเสียดื้อ ๆ พร้อมกับเงินสดที่เก็บไว้ในตัวรถภายในเวลาไม่นาน ถึงจะเป็นเงินจำนวนมากแต่แจ๊คในเวลานี้อย่างดีก็แค่ขนหน้าแข้งร่วงไปไม่กี่เส้นเท่านั้น ในเวลาต่อมา แจ๊คก็มอบเงินจำนวนไม่น้อยให้กับคนในครอบครัวของเขาอีกสองคนเพื่อเอาไปใช้จ่ายตามใจชอบ แต่ใครจะคิดว่าสองคนนั้นจะเอาเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพจนติดงอมแงม และสุดท้ายก็ดับอนาถเพราะเสพยามากเกินไป! ทุกวันนี้ แหล่งข่าวไม่ได้แจ้งว่าชีวิตของแจ๊ค วิทเทคเกอร์จะดำเนินไปในทิศทางใด รู้แต่เพียงว่าครอบครัวนี้เหลือเขาเป็นสมาชิกเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่าทุกข์เพราะลาภและจะเรียกว่าอะไรดี?

รักแท้ก็แพ้เงินได้

ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาเปรียบได้ดั่งลิ้นกับฟัน กระทบกันครั้งใดเป็นต้องมีฝ่ายเจ็บตัวอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ แต่ในยามปกติต่างก็รักกันดีราวกับโลกนี้มีเพียงสองเรา คู่ของ Lara Griffiths เองก็เช่นกัน เธอกับสามีใช้ชีวิตคู่กันมาพักใหญ่แล้วก่อนที่ลาร่าจะถูกเงินรางวัลจากการเสี่ยงโชคมูลค่า 1.8 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 30 กว่าล้านบาทเลยทีเดียว หลังจากได้เงินมา ลาร่ากับสามีก็นำไปซื้อบ้านและรถจากนั้นก็จูงมือกันไปท่องเที่ยวแบบมาราธอนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ชีวิตช่วงนั้นช่างสุโขสโมสรเสียนี่กระไร งานการไม่ต้องทำก็มีกินมีเที่ยวได้เรื่อย ๆ เป็นชีวิตในฝันที่ใคร ๆ ก็อยากได้ใช่ไหมล่ะ? แต่อย่าไปอิจฉาพวกเขาให้มากไป เพราะเมื่อพวกเขาตื่นจากความฝัน อะไร ๆ ก็กลับเลวร้ายลงอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อวันร้ายคืนร้ายก็เกิดเพลิงไหม้บ้านของพวกเขา จนทรัพย์สินทั้งหมดที่ซื้อหามาทั้งชีวิตวอดวายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา! ชีวิตของสองสามีภรรยาคู่นี้พลิกผันอีกครั้ง คราวนี้เป็นไปในทางที่แย่กว่าตอนเริ่มต้น เพราะพวกเขาต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ แน่ละว่า ด้วยความสุขสบายที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขารับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และเริ่มมองหาแพะรับบาป ซึ่งก็ไม่พ้นการกล่าวโทษกันและกัน...

เงินงอกเงยเองไม่ได้

หลังจากนำเสนอเรื่องราวของคนที่ถูกเงินดอลล่าร์หล่นทับมาหลายตอนแล้ว วันนี้ผู้เขียนเลยชวนคุณผู้อ่านหันกลับมามองเรื่องราวในประเทศไทยเราเองบ้าง ว่าผู้โชคดีเหล่านั้นจะทำอะไรลงไปกับเงินจำนวนมหาศาลที่ได้มา ซึ่งคราวนี้เป็นเรื่องของแม่ค้าขายอาหารตามสั่งคนหนึ่งที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาท มาดูกันว่าเธอคนนี้จะทำอย่างไร เนื่องจากเป็นคนความรู้น้อย จะเอาเงินที่ได้ไปลงทุนทำธุรกิจอะไรที่มีคนมานำเสนอถึงบ้านก็กลัวจะถูกหลอก ดังนั้น สิ่งแรกที่แม่ค้าคนนี้ทำก็คือหาซื้อตึกแถวมาหลังหนึ่ง ไม่ได้จะย้ายเข้าไปอยู่เองนะ แต่จุดประสงค์คือปล่อยให้คนเช่าเป็นการหารายได้ระยะยาวแบบไม่ต้องทำอะไรมาก ส่วนตัวเองก็ปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ และเปิดร้านขายอาหารเหมือนที่เคยทำ เงินที่เหลือนอกจากนั้นก็เอาไปฝากธนาคารเพื่อกินดอก แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าดอกเบี้ยของธนาคารนั้นแสนจะน้อยนิด ยิ่งถูกเบิกออกมาใช้จ่ายเป็นระยะ ๆ จนเงินต้นลดลงเรื่อย ๆ แล้ว ดอกเบี้ยก็ยิ่งลดจำนวนตามลงไปด้วย ความที่เธอยังคงทำงานหนักทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก เงินส่วนหนึ่งจึงหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลล้วน ๆ มีลูกชายกับเขาคนหนึ่งก็เรียนไม่จบ ต้องมาขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปวัน ๆ รายได้จึงไม่แน่นอน สามีใหม่ที่เดิมมีอาชีพขับแท็กซี่...